Business Central – Dimension (ติด Tag ให้งบการเงิน)

.

เคยงงมั้ยครับว่า ‘Dimension’ ใน Business Central คืออะไร? 🧐

หลายคนพอเจอคำนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องเทคนิคจ๋า เข้าใจยาก แต่จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือที่ทรงพลังและใกล้ตัวเรามากครับ

.

  1. Dimension คืออะไร ?
  2. “3 Case Studies” ยอดฮิตในการใช้ Dimension
    1. 🏢 Case Study 1: ธุรกิจค้าปลีก (Retail Business)
    2. 🏗️ Case Study 2: ธุรกิจรับเหมา / โปรเจกต์ (Project-Based Business)
    3. 🌍 Case Study 3: ธุรกิจที่มีฝ่าย/แผนก (Departmental Business)
  3. การใช้งานใน Dimension ใน Business Central
    1. Introduction – Set up dimensions and dimension values (การเซพอัพ Dimension)
    2. Manually enter dimensions in a sales order (การใส่ Dimension ในเอกสารเอง)
    3. Set up global and shortcut dimensions (ตั้งค่า Dimension หลักและทางลัด)
    4. Set up default dimensions (ตั้งค่า Dimension เริ่มต้น)
    5. Set up default dimensions for account types (ตั้งค่า Dimension เริ่มต้นให้ทั้งกลุ่ม)
    6. Set up default dimension priorities (การจัดลำดับความสำคัญของ Dimension เริ่มต้น)
    7. Set up dimension combinations (การควบคุมการใช้ Dimension ร่วมกัน)
  4. FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
    1. Global Dimension กับ Shortcut Dimension ต่างกันอย่างไร?
    2. เราสามารถมี Dimension ได้สูงสุดกี่ตัว?
    3. ถ้าตั้งค่า Dimension ในรายการที่ Post ไปแล้วผิด จะแก้ไขย้อนหลังได้หรือไม่?
    4. ตั้งค่า Dimension เสร็จแล้ว จะดึงข้อมูลมาดูได้อย่างไร?
    5. การใช้ Dimension เยอะๆ ทำให้ระบบช้าลงหรือไม่?
  5. Reference :

.

.

Dimension คืออะไร ?

Dimension พูดง่ายๆ ก็คือ “ป้ายกำกับ” (Tag) ที่เราแปะไปกับทุกรายการทางบัญชี (Transactions) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่างๆ ที่เราต้องการ โดยไม่ต้องสร้างผังบัญชี (Chart of Accounts) ที่ซับซ้อนวุ่นวาย

ลองนึกภาพตามนะครับ 👕 สมมติว่าเราขายเสื้อยืด ถ้าเราอยากรู้ว่ายอดขายมาจากสาขาไหน? สีอะไรขายดี? เราคงไม่อยากสร้างบัญชีแยกประเภทเป็น “รายได้-เสื้อสีแดง-สาขาสยาม” ใช่มั้ยครับ? มันจะเยอะเกินไป!

.

Dimension เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง:

  • 🎯 Dimension หลัก: เราอาจจะตั้งชื่อว่า “สาขา” หรือ “สีเสื้อ”
  • 🎯 Dimension Value (ค่าของ Dimension): ใน Dimension “สาขา” ก็จะมีค่าเป็น “สยาม”, “สีลม”, “บางนา” ส่วน Dimension “สีเสื้อ” ก็จะมีค่าเป็น “แดง”, “ขาว”, “ดำ”
  • 🎯 ประโยชน์สูงสุด: เวลาบันทึกยอดขาย เราก็แค่แปะป้ายกำกับ (Dimension) เหล่านี้เข้าไป ทำให้ตอนสิ้นเดือนเราสามารถดึงรายงาน “กำไร-ขาดทุนแยกตามสาขา” หรือ “ยอดขายแยกตามสีเสื้อ” ได้ง่ายๆ แค่คลิกเดียว แถมยังเอาข้อมูลไปทำ Dashboard สวยๆ ใน Power BI ต่อได้สบายๆ เลยครับ

.

สรุปสั้นๆ Dimension คือหัวใจของการทำ Financial Analytics ใน Business Central ที่ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจของคุณ ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และลึกขึ้น ครับ

.

.

“3 Case Studies” ยอดฮิตในการใช้ Dimension

🏢 Case Study 1: ธุรกิจค้าปลีก (Retail Business)

  • โจทย์/ปัญหา: เจ้าของร้านมีหลายสาขา (สยาม, บางนา, ออนไลน์) และขายสินค้าหลายประเภท (เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง) เขาอยากรู้ว่า “สาขาไหนทำกำไรได้ดีที่สุด?” และ “สินค้าประเภทไหนที่ขายดีในแต่ละสาขา?”
  • วิธีใช้ Dimension:
    • 🎯 Dimension 1: สาขา (Branch)
      • ค่า (Values): สยาม, บางนา, ออนไลน์
    • 🎯 Dimension 2: กลุ่มสินค้า (Product Group)
      • ค่า (Values): เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, ของใช้ในบ้าน
  • ผลลัพธ์ที่ได้: เวลาบันทึกรายรับหรือรายจ่ายทุกครั้ง จะมีการ “แปะป้าย” Dimension สาขา และ กลุ่มสินค้า เสมอ ทำให้ตอนสิ้นเดือนสามารถออกรายงาน งบกำไร-ขาดทุน (P&L) เฉพาะของสาขาสยาม ได้ หรือดู ยอดขายกลุ่มเครื่องสำอางที่มาจากช่องทางออนไลน์ ได้ทันที ช่วยให้วางแผนโปรโมชั่นและบริหารสต็อกได้เฉียบคมขึ้นมาก

.

🏗️ Case Study 2: ธุรกิจรับเหมา / โปรเจกต์ (Project-Based Business)

  • โจทย์/ปัญหา: บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีหลายโปรเจกต์ที่ทำพร้อมกัน เช่น สร้างคอนโด A, สร้างบ้านลูกค้า B โดยผู้บริหารอยากรู้ว่า “แต่ละโปรเจกต์มีกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่?” เพื่อควบคุมต้นทุนและประเมินราคาโปรเจกต์ใหม่ในอนาคต
  • วิธีใช้ Dimension:
    • 🎯 Dimension 1: โปรเจกต์ (Project)
      • ค่า (Values): PROJ-001-CONDO A, PROJ-002-HOME B
  • ผลลัพธ์ที่ได้: ทุกครั้งที่เบิกจ่ายค่าวัสดุ, ค่าแรง, หรือรับเงินจากลูกค้า จะต้องระบุเสมอว่าเป็นของโปรเจกต์ไหน ทำให้บริษัทสามารถเรียกดู รายงานต้นทุน, รายได้, และกำไรของ “โปรเจกต์ A” ได้แบบ Real-time โดยไม่ต้องรอให้โปรเจกต์ปิดก่อน เป็นหัวใจของการบริหารโครงการเลยครับ

.

🌍 Case Study 3: ธุรกิจที่มีฝ่าย/แผนก (Departmental Business)

  • โจทย์/ปัญหา: บริษัทมีหลายแผนก เช่น ฝ่ายขาย (Sales), ฝ่ายการตลาด (Marketing), ฝ่ายบุคคล (HR) ผู้บริหารต้องการควบคุมงบประมาณและวัดผลการดำเนินงานของแต่ละแผนก อยากรู้ว่า “ฝ่ายการตลาดใช้งบประมาณไปเท่าไหร่แล้ว?” หรือ “ฝ่ายขายทำรายได้ได้ตามเป้าหรือไม่?”
  • วิธีใช้ Dimension:
    • 🎯 Dimension 1: แผนก (Department)
      • ค่า (Values): SALE, MKT, HR, ADMIN
  • ผลลัพธ์ที่ได้: เวลาเกิดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าโฆษณา ก็จะผูกกับ Dimension MKT พอสิ้นเดือนก็สามารถดึง รายงานค่าใช้จ่ายเทียบกับงบประมาณของแต่ละแผนก (Budget vs Actual) ออกมาดูได้ทันที ทำให้แต่ละแผนกบริหารงบของตัวเองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

.

เห็นมั้ยครับว่า Dimension เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นมาก หัวใจของมันคือการตั้งคำถามทางธุรกิจที่เราอยากรู้ก่อน แล้วจึงออกแบบ Dimension เพื่อเก็บข้อมูลและหาคำตอบนั้นครับ

.

.

ต่อไป มาเจาะลึกการตั้งค่า Dimension แต่ละขั้นตอนกันครับ บอกเลยว่าถ้าเซ็ตอัพดี ชีวิตดีแน่นอน!

การใช้งานใน Dimension ใน Business Central

.

Introduction – Set up dimensions and dimension values (การเซพอัพ Dimension)

ขั้นตอนนี้คือการสร้าง “แม่แบบ” หรือ “หมวดหมู่” ของป้ายกำกับ (Tag) ที่เราต้องการใช้ครับ

  • 🎯 เข้าใจภาพใหญ่: ก่อนอื่นต้องไปที่หน้า Dimensions เพื่อสร้าง “หัวข้อ” หลักๆ ที่เราอยากวิเคราะห์ เช่น สาขา, แผนก, โปรเจกต์
  • 🎯 สร้างค่าใน Dimension: เมื่อได้หัวข้อหลักแล้ว ให้คลิกที่ Dimension นั้นๆ แล้วเลือก Dimension Values เพื่อใส่ “ตัวเลือก” หรือค่าที่เราจะใช้แปะในเอกสาร เช่น
    • ใน Dimension สาขา ก็จะมี Values เป็น BKK (กรุงเทพ), CNX (เชียงใหม่), ONLINE
    • ใน Dimension แผนก ก็จะมี Values เป็น SALE, MKT, ADMIN
  • 🔑 คีย์สำคัญ: นี่คือการสร้างโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ที่ดี ถ้าออกแบบตรงนี้ดีตั้งแต่แรก การวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตจะง่ายมากครับ
หน้าจอตั้งค่า Dimension ใน Business Central
หน้าจอตั้งค่า Dimension value ใน Business Central

.

Manually enter dimensions in a sales order (การใส่ Dimension ในเอกสารเอง)

นี่คือวิธีพื้นฐานที่สุด คือการเลือกแปะป้าย Dimension เองทีละรายการในเอกสาร เช่น หน้าเอกสารขาย (Sales Order)

  • 🎯 วิธีทำ: ในหน้า Sales Order (หรือเอกสารอื่นๆ) ไปที่เมนู Order > Dimensions
  • 🎯 การทำงาน: ระบบจะเปิดหน้าต่างเล็กๆ ขึ้นมา ให้เราเลือก Dimension ที่ต้องการ (เช่น สาขา) แล้วก็ระบุค่า (เช่น BKK)
  • 🔑 คีย์สำคัญ: วิธีนี้เหมาะกับงานที่นานๆ ทำที หรือมี Dimension ไม่เยอะ แต่ถ้าต้องทำบ่อยๆ จะเสียเวลาและเสี่ยงใส่ข้อมูลผิดพลาด เราจึงต้องไปเรียนรู้หัวข้อถัดไปครับ
ตัวอย่างการระบุ Dimension ในเอกสาร Sale Order - Business Central
ตัวอย่างการระบุ Dimension ในเอกสาร Sale Order - Business Central

.

Set up global and shortcut dimensions (ตั้งค่า Dimension หลักและทางลัด)

นี่คือการ “โปรโมท” Dimension ที่เราใช้บ่อยที่สุดให้กลายเป็น Dimension พิเศษ เพื่อให้เรียกใช้ง่ายและดูข้อมูลสะดวกขึ้น

  • 🎯 Global Dimensions (มีได้ 2 ตัว): นี่คือ Dimension ที่สำคัญที่สุดของบริษัท เช่น สาขา และ แผนก เมื่อตั้งค่าแล้ว 2 ตัวนี้จะถูกนำไปเก็บในตารางข้อมูลหลักๆ ทุกตาราง ทำให้การกรอง (Filter) และการทำรายงานเร็วมากๆ
  • 🎯 Shortcut Dimensions (มีได้ 8 ตัว): เป็น Dimension ที่ใช้บ่อยรองลงมา สามารถเรียกใช้ในหน้าเอกสารต่างๆ ได้ง่ายๆ ผ่าน Field ที่โผล่ขึ้นมาเลย ไม่ต้องคลิกเข้าไปในเมนู Dimensions ให้เสียเวลา
  • 🔑 วิธีตั้งค่า: ไปที่หน้า General Ledger Setup ในส่วนของ Dimensions แล้วเลือก Dimension ที่ต้องการใส่ในช่อง Global Dimension 1, 2 และ Shortcut Dimension 3-8 ครับ
หน้าจอตั้งค่า Global Dimensions และ Shortcut Dimensions

.

Set up default dimensions (ตั้งค่า Dimension เริ่มต้น)

สุดยอดฟีเจอร์ที่ช่วยลดงาน! คือการ “ผูก” Dimension ไว้กับข้อมูลหลัก (Master Data) เช่น ลูกค้า, สินค้า, ผู้ขาย เมื่อเราเลือกใช้ข้อมูลหลักนั้นๆ ในเอกสาร Dimension ก็จะติดมาให้อัตโนมัติ

  • 🎯 ตัวอย่าง:
    • ผูกลูกค้า บริษัท A กับ Dimension สาขา = BKK
    • ผูกสินค้า เสื้อยืด กับ Dimension กลุ่มสินค้า = APPAREL
  • 🎯 ผลลัพธ์: เมื่อเปิด Sales Order แล้วเลือกลูกค้า บริษัท A ระบบจะใส่ Dimension สาขา = BKK ให้ทันที! และพอเลือกสินค้า เสื้อยืด ระบบก็จะใส่ Dimension กลุ่มสินค้า = APPAREL ให้เลย ไม่ต้องคีย์เอง
  • 🔑 วิธีตั้งค่า: ไปที่หน้าข้อมูลหลักที่ต้องการ (เช่น Customer Card, Item Card) แล้วเลือกเมนู Dimensions เพื่อตั้งค่า Default ได้เลย
การเซตอัพ Default Dimension ใน Customer Card - Business Central
การเซตอัพ Default Dimension ใน Customer Card - Business Central

.

Set up default dimensions for account types (ตั้งค่า Dimension เริ่มต้นให้ทั้งกลุ่ม)

คล้ายกับข้อ 4 แต่เป็นการตั้งค่าแบบ “เหมายกโหล” ให้กับข้อมูลทั้งหมดที่เลือกทั้งกลุ่มเลยทีเดียว

  • 🎯 ตัวอย่าง: เราอยากให้ทุก G/L Account ที่อยู่ในหมวด “รายได้” (Income Statement) ทุกตัวต้องระบุ Dimension แผนก เสมอ
  • 🎯 วิธีตั้งค่า: ไปที่หน้า Chart of Accounts Highlight เลือก G/L Account หลายๆ ตัวพร้อมกัน จากนั้นกด Dimensions-Multiple แล้วแล้วระบุ Dimensions เพื่อตั้งค่าทีเดียวทั้งหมด
  • 🔑 คีย์สำคัญ: ช่วยคุมให้การลงบัญชีมีมาตรฐานเดียวกันทั้งบริษัท ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องไปไล่ตั้งค่าทีละบัญชี
การเซตอัพ Dimensions-Multiple ใน GL Account
การเซตอัพ Dimensions-Multiple ใน GL Account

ตัวอย่างตามภาพ คือ เซตอัพว่า G/L ทั้งหมดนี้ต้องระบะ Department Dimension เท่านั้น ถึงสามารถ Post รายการได้

.

Set up default dimension priorities (การจัดลำดับความสำคัญของ Dimension เริ่มต้น)

ในระบบ Business central เซต default dimension ได้หลายที่มาก ที่ได้ใช้บ่อยๆ เช่น Salesperson/Purchaser, Location, G/L Account, Customer, Vendor, Item, Resource Group, Resource, Project, Bank Account

เมื่อมีการตั้งค่า Default Dimension ไว้หลายที่ด้วยข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน (เช่น ตั้งไว้ที่ลูกค้า ว่า Branch = BKK และตั้งไว้ที่ Salesperson ว่า Branch = CNX)

คำถามคือ… ระบบควรจะเลือกอะไร?

Priority คือการบอกระบบว่าจะให้ความสำคัญกับ Default Dimension จากที่ไหนก่อน

  • 🎯 หลักการทำงาน: ระบบจะค้นหา Default Dimension ตามลำดับที่เราตั้งค่าไว้ในหน้า Default Dimension Priorities เช่น เราอาจจะตั้งว่า 1. Salesperson, 2. Customer, 3. Item
  • 🎯 ตัวอย่าง:
    • พนักงานขาย นาย A ถูกตั้งค่า Default Dimension แผนก = SALE-TEAM1
    • ลูกค้า บริษัท B ถูกตั้งค่า Default Dimension แผนก = CORPORATE
    • เมื่อ นาย A ขายของให้ บริษัท B ระบบจะยึด Dimension จาก นาย A คือ SALE-TEAM1 เพราะเราตั้ง Priority ของ Salesperson ไว้สูงกว่า Customer
  • 🔑 คีย์สำคัญ: เป็นฟีเจอร์ขั้นสูงที่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งของข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่บันทึกถูกต้องตาม Logic ธุรกิจที่ซับซ้อนได้
การ Set up default dimension priorities

โดยการเซต default dimension priorities จะเซตแยกตาม Source Code ของเอกสาร เช่น ในเอกสารของ Sale เราอาจเซต priorities ส่วนเอกสาร Purchase เราสามารถเซต priorities อีกแบบได้

.

แล้วววว ถ้าไม่ได้เซต default dimension priorities หล่ะจะเกิดอะไรขึ้น ??

ลองนึกถึงเหตการณ์ว่า ถ้าวางของ 2 อย่างทับกัน ของที่วางทีหลังสุดจะอยู่ข้างบนสุดใช่มั้ยครับ? BC ก็ใช้หลักการเดียวกัน

  • 🎯 กฎคือ “คนสุดท้ายชนะ” (The Last Entered Account Wins): ระบบจะยึดค่า Dimension ของ Master Data ที่เราใส่ในเอกสารเป็น “ตัวล่าสุด”
  • ตัวอย่างง่ายๆ ใน Sales Order:
    1. คุณเลือก ลูกค้า (ใส่เป็นคนแรก) -> ระบบดึง Dimension ของลูกค้ามาใส่ให้ก่อน
    2. คุณเลือก สินค้า (ใส่เป็นคนที่สอง) -> ระบบจะเอา Dimension ของสินค้ามา “เขียนทับ” ของลูกค้าทันที !!

.

Set up dimension combinations (การควบคุมการใช้ Dimension ร่วมกัน)

ฟีเจอร์สุดท้ายที่ทรงพลังมาก คือการสร้าง “กฎ” เพื่อควบคุมการใช้ Dimension คู่กัน ป้องกันการบันทึกข้อมูลที่ผิดหลักความเป็นจริง

  • 🎯 ตัวอย่าง: เราตั้งกฎว่า Dimension โปรเจกต์ = สร้างคอนโด ห้ามใช้คู่กับ Dimension แผนก = HR เด็ดขาด! เพราะค่าใช้จ่ายของโปรเจกต์ก่อสร้างไม่ควรจะมาจากแผนกบุคคล
  • 🎯 วิธีตั้งค่า: ไปที่หน้า Dimension Combinations แล้วเราสามารถเลือกว่า Dimension คู่ไหนที่ Blocked (ห้ามใช้ด้วยกัน) หรืออนุญาตให้ใช้คู่กันได้
  • 🔑 ผลลัพธ์: หาก User พยายามจะบันทึกเอกสารโดยใช้ Dimension คู่ที่ถูกบล็อกไว้ ระบบจะขึ้น Error และไม่ยอมให้บันทึกทันที เป็นการรักษาความถูกต้องของข้อมูล (Data Integrity) ที่ดีเยี่ยม
การเซตอัพ dimension combinations
การเซตอัพ dimension combinations
Errror ที่เกิดจากการเซตอัพ dimension combinations เป็น Block

.

การตั้งค่าทั้งหมดนี้อาจจะดูเยอะ แต่ถ้าเราวางแผนและตั้งค่าตั้งแต่แรก มันจะทำให้การทำงานกับ Business Central ราบรื่นและข้อมูลที่ได้ก็น่าเชื่อถือสุดๆ ครับ!

.

แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ? มีโจทย์อะไรที่คิดว่า Dimension จะเข้ามาช่วยได้บ้าง?

ใครใช้ Dimension วิเคราะห์ข้อมูลอะไรเจ๋งๆ บ้าง ลองแชร์กันได้นะครับ! 👇

.

.

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

.

Global Dimension กับ Shortcut Dimension ต่างกันอย่างไร?

  • ให้คิดง่ายๆ แบบนี้ครับ:
    • 🚀 Global Dimensions (มีได้ 2 ตัว): เป็นเหมือน “VIP” ของ Dimension ที่บริษัทใช้บ่อย ๆ เป็น Dimension ที่สำคัญที่สุดของบริษัท (เช่น สาขา, แผนก) ข้อมูลของ 2 ตัวนี้จะถูกเก็บไว้ในตารางข้อมูลหลักโดยตรง ทำให้เวลาเรา Filter หรือทำรายงานจะ เร็วฟ้าผ่า !!
    • 👉 Shortcut Dimensions (มีเพิ่มอีก 6 ตัว): คือ “ทางลัด” หรือ “Favorites” ที่เราใช้บ่อยๆ ครับ ประโยชน์ของมันคือความสะดวกสบาย ทำให้เราเห็นและกรอกค่า Dimension เหล่านี้ได้จากหน้าเอกสารเลย ไม่ต้องคลิกหลายชั้นเพื่อเข้าไปเลือก

.

เราสามารถมี Dimension ได้สูงสุดกี่ตัว?

  • ในทางเทคนิค Business Central ไม่จำกัดจำนวน Dimension ที่เราจะสร้างครับ จะสร้าง 20-30 ตัวก็ยังได้!
  • ⚠️ แต่ในทางปฏิบัติ (Best Practice): เราไม่ควรสร้างเยอะเกินความจำเป็นครับ เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานสับสน, กรอกข้อมูลช้าลง, และดูแลรักษายาก แนะนำว่าธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้ Dimension ที่จำเป็นจริงๆ ประมาณ 4-8 ตัว ก็ครอบคลุมการวิเคราะห์ที่สำคัญเกือบทั้งหมดแล้วครับ

.

ถ้าตั้งค่า Dimension ในรายการที่ Post ไปแล้วผิด จะแก้ไขย้อนหลังได้หรือไม่?

  • แก้ไขได้ครับ…แต่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก! 🚨
  • ใน Business Central จะมีเครื่องมือที่ชื่อว่า Correct Dimensions อยู่ในหน้า General Ledger Entries ซึ่งอนุญาตให้เราแก้ไขค่า Dimension ของรายการที่บันทึกบัญชีไปแล้วได้
  • คำเตือน: การแก้ไขนี้มีผลกระทบโดยตรงต่องบการเงินและรายงานวิเคราะห์ทั้งหมด ดังนั้นจึงควรทำโดยผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์หรือที่ปรึกษาเท่านั้นครับ ทางที่ดีที่สุดคือการวางแผนและตรวจสอบ Dimension ให้ถูกต้องก่อน Post เสมอครับ

.

ตั้งค่า Dimension เสร็จแล้ว จะดึงข้อมูลมาดูได้อย่างไร?

  • เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดและใช้งานง่ายที่สุดใน Business Central คือหน้า Analysis by Dimensions ครับ
  • 📊 มันคือ PivotTable ที่อยู่ใน BC เลย! เราสามารถลาก Dimension ที่ต้องการมาวางเป็นแถว (Rows) หรือคอลัมน์ (Columns) แล้วให้ระบบแสดงยอดเงินต่างๆ เช่น ยอดเคลื่อนไหว (Net Change) หรือยอดคงเหลือ (Balance) ได้ทันที
  • จากหน้านี้เรายังสามารถ “Drill-down” หรือคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของ G/L Entry ที่เป็นที่มาของตัวเลขนั้นๆ ได้ด้วย และแน่นอนว่าสามารถดึงข้อมูลทั้งหมดนี้ไปทำ Dashboard สวยๆ ต่อใน Power BI ได้สบายๆ ครับ

.

การใช้ Dimension เยอะๆ ทำให้ระบบช้าลงหรือไม่?

  • มีผลแน่นอนครับ โดยเฉพาะกับ Dimension ทั่วไป (ที่ไม่ใช่ Global)
  • เหตุผลก็คือ เวลาเรารันรายงานโดยกรองข้อมูลจาก Dimension ที่ไม่ใช่ Global Dimension ระบบจะต้องวิ่งไปค้นหาข้อมูลจากตารางที่เก็บ Dimension แยกต่างหาก ซึ่งเป็นการทำงานเพิ่มขึ้น
  • 💡 นี่คือเหตุผลที่ Global Dimensions สำคัญมาก! เพราะข้อมูลของ Global Dimensions ถูกเก็บไว้ในตารางเดียวกับรายการทางบัญชีเลย ทำให้การดึงข้อมูล เร็วและมีประสิทธิภาพกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น 2 Dimension ที่คุณใช้กรองข้อมูลในรายงานบ่อยที่สุด ควรตั้งให้เป็น Global Dimensions เสมอครับ

.

Reference :

https://learn.microsoft.com/en-us/training/modules/dimensions-dynamics-365-business-central/